Tuesday, November 24, 2009

ประวัติทางการเมือง นายสมัคร สุนทรเวช

นายสมัครเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยสมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2511 เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2514 และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 ในชีวิตการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง


ตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัครได้รับการแต่งตั้งในคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ได้แก่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช 2 (15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 – 13 มีนาคม พ.ศ. 2518)
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช 3 (20 เมษายน พ.ศ. 2519 - 23 กันยายน พ.ศ. 2519)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (8 ตุลาคม พ.ศ. 2519 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2520)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 2 (30 เมษายน พ.ศ. 2526 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (9 ธันวาคม พ.ศ. 2533 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534)
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร (7 เมษายน พ.ศ. 2535 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2535)
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา (13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539)
รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540)
นายกรัฐมนตรี (29 มกราคม - 9 กันยายน พ.ศ. 2551)
สรุปประวัติทางการเมืองได้ดังนี้

พ.ศ. 2511 : เข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511 - 2519)
พ.ศ. 2514 : สมาชิกสภาเทศบาลนครกรุงเทพมหานคร (ได้รับเลือกตั้ง เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514)
พ.ศ. 2516 : สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 10 ธ.ค.16) และ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ได้รับแต่งตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.16)
พ.ศ. 2518 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ม.ค. 2518)
พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พ.ศ. 2519 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2519)
พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2519 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519 - 2520)
พ.ศ. 2522 : ก่อตั้งพรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2522)
ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง และสถาบันการเงิน (พ.ศ. 2523 - 2526)
พ.ศ. 2526 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เม.ย. 2526)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2526 - 2529)
พ.ศ. 2529 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2529)
ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง (พ.ศ. 2529 - 2531)
พ.ศ. 2531 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2531)
ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2531 - 2533)
พ.ศ. 2533 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2533 - 2534)
พ.ศ. 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (มี.ค. 2535) (ก.ย. 2535)
ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม (พ.ศ. 2535 - 2538)
พ.ศ. 2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (ก.ค. 2538)
พ.ศ. 2539 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (พ.ย. 2539)
พ.ศ. 2543 : ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2543 - 2547)
พ.ศ. 2550 : รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พ.ศ. 2550 - 30 ก.ย. 2551)
พ.ศ. 2551 : นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (29 ม.ค.2551 - 9 ก.ย.2551)
Read full history - ประวัติทางการเมือง นายสมัคร สุนทรเวช

ประวัติ นายสมัคร สุนทรเวช

นายสมัคร สุนทรเวชเป็นบุตรของ เสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน จิตรกร) เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำสำนัก

นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ดังนี้

พ.อ. (พิเศษ) พ.ญ.มยุรี พลางกูร - อดีตรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
นางเยาวมาลย์ ราชวังเมือง - ประกอบธุรกิจส่วนตัว
พล.อ.อ.สมมต สุนทรเวช - อดีตที่ปรึกษา ทอ. (ถึงแก่กรรมแล้ว)
นายสมัคร สุนทรเวช
นายมโนมัย สุนทรเวช - พนักงานรัฐวิสาหกิจ
นายสุมิตร สุนทรเวช - นักการเมือง หัวหน้าพรรคประชากรไทย
นายสมัคร สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ที่ปรึกษาด้านการเงินของบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีบุตรสาวฝาแฝด คือ กานดาภาและกาญจนากร ปัจจุบันสมรสแล้วทั้งคู่ จากการที่ภรรยาทำงานอยู่กับบริษัทเอกชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 สถานะการเงินของภรรยาจึงมั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ นายสมัครเลยมิได้ทำงานประจำให้กับหน่วยงานใดและได้ทำงานด้านการเมืองเพียงอย่างเดียว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสมัครเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ โดยไม่เป็นที่เปิดเผยทางสื่อมวลชนมากนัก จนกระทั่ง นายกฤษณะ ไชยรัตน์ พิธีกรโทรทัศน์ เดินทางไปถ่ายทำรายการถึงโรงพยาบาล อาการป่วยของนายสมัครจึงเป็นที่เปิดเผยในวงกว้าง[2] ต่อมา นายสมัคร จึงเดินทางไปรักษาต่อที่ สหรัฐอเมริกา[3] และเดินทางกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทยจนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552[4] เวลา 08.48 น. ด้วยวัย 74 ปี
Read full history - ประวัติ นายสมัคร สุนทรเวช

สมัคร สุนทรเวช

นายสมัคร สุนทรเวช (13 มิถุนายน 2478 — 24 พฤศจิกายน 2552) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ดำรงตำแหน่ง 29 มกราคม พ.ศ. 2551 — 9 กันยายน พ.ศ. 2551) หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ก่อตั้งพรรคประชากรไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นนักการเมืองเก่าแก่ ที่มีเสียงพูดและลีลาการพูดเป็นเอกลักษณ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (2 สมัย) ได้ฉายาจากสื่อมวลชนทั่วไปว่า "น้าหมัก" "ออหมัก" หรือ "ชมพู่" (มาจากลักษณะจมูกของนายสมัคร) "ชาวนา" (จากกรณีกลุ่มงูเห่า) เป็นต้น

นายสมัครเริ่มทำงานหลังจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นสื่อมวลชนสายการเมือง โดยเขียนบทความ และความคิดเห็น ทางการเมืองแบบไม่ประจำใน หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึง 2516 เขียนบทความ การเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึง 2520 และเขียนบทความในคอลัมน์ประจำ "มุมน้ำเงิน" หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึง 2537

นายสมัครข้ามจากการเป็นสื่ออย่างเดียว มาเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2511 ลงสมัครตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนขึ้นถึงระดับชาติ จนมามีบทบาทโดดเด่นช่วงปี 2519 จากการจัดรายการสถานีวิทยุยานเกราะ ที่มีเนื้อหาโจมตีบทบาทของ ขบวนการนักศึกษาในสมัยนั้น พร้อมทั้งปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังขบวนการนักศึกษา และ เป็นศูนย์กลางประสานงาน ถ่ายทอดกำหนดการ และคำสั่งเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านนักศึกษาใน เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

เมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ ในปี พ.ศ. 2519 นายสมัครได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม ๆ กับการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และในปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้ง พรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค มีฐานคะแนนเสียงหลักในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตที่มีหน่วยทหารตั้งอยู่หนาแน่น

ความคิดและบทบาทของนายสมัคร มักสร้างกระแสมวลชน ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ได้อย่าง กว้างขวางร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ 6 ตุลา, พฤษภาทมิฬ, ไอเดียหนุนกระทงโฟม ไล่มาจนถึง การกล่าวโจมตี ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทางรายการโทรทัศน์ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2549
Read full history - สมัคร สุนทรเวช

Monday, November 23, 2009

ลำดับเหตุการณ์ระทึกของ นาธาน โอมาน

กลายเป็นเรื่องทอค ออฟ เดอะทาว์นกันไม่หยุดสำหรับเรื่องราวของอดีตนักร้อง นาธาน โอมาน หลังจากมีข่าวออกมามากมายทำให้เจ้าตัวถูกมองว่าเป็นคนลวงโลก วันนี้เรามาลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบันให้ทราบกันอีก ครั้ง




1. อดีตนักร้อง นาธาน โอมาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ว่าเขากำลังจะเล่นหนัง Hollywood เรื่อง The Prince Of Red Shoe กำกับโดย Wolfgang Petersen มีดารานำ Bruce Willis , Christina Ricci และ Johnny Depp รับค่าตัวประมาณ 70 ล้านบาท เป็นหนังไตรภาคฟอร์มยักษ์ ลงทุนเป็นพันล้าน

2. ช่วงแรกมีแต่เสียงชื่นชมยินดี ดีใจที่ได้เห็นคนไทยก้าวไกลไป Hollywood ต่อ มาเริ่มมีคนสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีคนไทยได้แสดง แต่แล้วก็พบกับความไม่ชอบมาพากล ทำไมไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อยู่เลย

- หาใน imdb.com ไม่มีข้อมูล

- ใน hi5 ของ นาธาน มีรูปที่อ้างว่าเป็นกองถ่าย และต่อมาถูกบัตรผ่านชื่อ "บัตรเดียวผ่านตลอด" จับได้ว่ารูปพวกนั้นเป็นรูปจากเทศกาล Burning Man 2005 ซึ่งเป็นจุดปะทุทำให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มข้น

- เมื่อถูกจับได้ก็รีบไปลบรูปใน hi5 ทิ้งทั้งหมด ส่วน นาธาน อ้างว่าเป็นแฟนคลับทำให้ ตัวเองไม่รู้เรื่อง

- ตัวแทน Christina Ricci ไม่รู้

- ช่างภาพส่วนตัว Bruce Willis ไม่รู้

- ถาม webmaster http://brucewillispl.com/ ไม่รู้

- นักข่าวโทรถาม FOX TH ไม่มีข้อมูล

- ถาม FOX US ไม่มีข้อมูล

- ใน website fanclub ของ Willis และ Ricci มีภาพของทั้งคู่ตลอดปี ไม่มีเวลาไหนเดินทางไปถ่ายทำหนังที่ตะวันออกกลาง ทั้งคู่อยู่ใน USA ตลอด

3. มีความพยายามจะเข้าไปสร้างหลักฐานเท็จใน wiki ในส่วนประวัติของ Wolfgang Petersen พิมพ์ The Prince Of Red Shoe (2011) ลงไป

4. ดีเจ JJ นำหุ้นส่วนร้านกาแฟเข้าแจ้งความ นาธาน ยักยอกเงินค่าเช่าร้าน

5. มีผู้เสียหายจากการถูกโกงเงินค่าทัวร์ มาตั้งกระทู้ในพันทิป และมีอีกหลายคนเข้าแจ้งความเพิ่ม

6. นักข่าวที่เล่นพันทิปจึงนำข้อสงสัยไปสอบถาม นาธาน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรที่สามารถยืนยันได้ว่านาธานไปถ่ายหนังจริง ถามอะไรๆ ก็ตอบว่าเป็นความลับ ขอให้โชว์พาสปอร์ตก็บอกว่าไม่ใช่นักโทษ ทำไมต้องทำ เอามาโชว์หน้าที่เดินทางไปโอมานเท่านั้น โชว์อย่างไม่เต็มใจ และกล่าวหาว่ามีผู้เสียผลประโยชน์ต้องการ discredit ตัวเอง หัวใจตัวเองไม่ใช่ของสาธารณะ ไม่ใช่ที่ให้ใครมาเหยียบย่ำ พร้อมยืนยันตัวเองเป็นลูกครึ่งจริง พ่อเป็น เนปาล แม่เป็นลูกครึ่งไทย โอมาน

7. นาธาน พูดไม่ตรงกันเรื่องคุณพ่อ คุณแต้ว บก.โมเดล เอาหนังสือที่นาธานเคยให้สัมภาษณ์มาตั้งกระทู้ บอกว่าพ่อเป็นคนไทย แม่เป็น เนปาล แม้แต่ตัวเองก็พูดไม่ตรงกับคำพูดตัวเองในอดีต

8. พาสปอร์ตหน้าที่เอามาโชว์นั้น เขียนว่านครศรีธรรมราช เกิดความสงสัยว่าหนุ่มลูกครึ่ง เนปาล คนนี้เป็นใคร มีเชื้อเนปาลจริงหรือ

9. และแล้ว นาธาน ตัวจริงก็ปรากฏตัว เพื่อนเก่าสมัยเรียนไทยวิจิตรศิลป์นำรูปมาโชว์ว่านี่คือ นาธาน เขาเป็นคนไทยแท้ ไม่ใช่ลูกครึ่งมาจากไหน

10. นักข่าวช่อง 3 สืบค้นได้ว่า ชื่อจริง ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เกิด 14 พ.ค. 2519 อายุ 33 ปี คุณพ่อชื่อธัญญา คุณแม่ชื่ออุทัยวรรณ นักข่าวช่อง 3 พยายามขอเข้าพบนายธัญญาแต่ถูกปฏิเสธว่าไม่รู้จัก นาธาน แต่สอบถามเพื่อนบ้านแล้วยืนยันตรงกันว่านายธัญญาเป็นพ่อของนาธานจริง

11. เว็บผู้จัดการตามตัวคุณยายอองได้ คุณยายอองเป็นแม่ของคุณอุทัยวรรณ แม่ของ นาธาน คุณยายให้สัมภาษณ์ว่านาธานหนีออกจากบ้านไปเมื่อจบ ม.3 และไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลย รู้แต่ว่าหลานกำลังจะได้เล่นหนังฝรั่ง ส่วนคุณอุทัยวรรณไม่ยอมให้สัมภาษณ์

12. เว็บผู้จัดการยืนยัน นาธาน เป็นคนนครศรีธรรมราช คุณพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน คุณแม่เป็นคนไทยแท้ ไม่มีเชื้อสายเนปาลหรือโอมานแต่ประการใด

13. นักสืบพันทิปสามารถติดต่อชาวไทยในโอมานได้ และช่วยสืบเรื่องรูปที่นาธานแต่ง costume แขกถ่ายมาอ้างเป็นกองถ่าย ซึ่งเป็นรูปชุดที่ 2 ต่อจากรูปชุดแรกที่ถูกจับได้แล้วว่ามาจากเทศกาล Burning Man 2005

14. รูปพวกนั้นถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของโอมาน ไม่ใช่พระราชวังต้องห้ามตามที่นาธานกล่าวอ้างแต่อย่างใด ทุกคนสามารถไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ได้ ไม่ใช่ที่ปกปิดหวงห้าม

15. สถานที่ต่างๆ เช่น Grand Palace โรงแรม Shangrila ในมัสกัตและหาดทรายบริเวณโรงแรม อูฐในรูปนั้นเช่าจากโรงแรม มีพนักงานบริการจูงให้

16. ส่วนผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นการเข้าฉากร่วมกับ Christina Ricci สืบได้ความว่าเป็นเด็กฝึกงานสถานทูตที่ให้การต้อนรับนาธานเป็นการส่วนตัว ให้พักที่บ้าน

17. ไปหลอกพนักงานจูงอูฐด้วยว่าคณะตัวเองเป็นนักแสดงไทยมาถ่ายหนัง

18. ชาวไทยในโอมานสอบถามทางโรงแรมแล้ว โรงแรมยืนยันว่าไม่มีกองถ่ายหนังที่ไหนมาที่นี่ เพราะถ้ามีต้องเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการโปรโมตประเทศโอมานไปด้วย พร้อมทั้งรู้เรื่องของนาธานว่าเที่ยวไปพักบ้านคนโน้นคนนี้ ไปพักโรงแรมก็ขอส่วนลดค่าอาหาร จะให้กุ๊กไทยเซ็นชื่อให้ แต่กุ๊กไทยปฏิเสธเพราะไม่รู้จัก

19. รูปที่นั่งถ่ายบริเวณชายหาด ซึ่งถูกสมาชิกพันทิปแซวว่าเป็นเห้งเจียตากแห้ง รองเท้าที่ใส่สามารถหาซื้อได้จากพาหุรัด คู่ละ 200 บาท

20. ดีเจ JJ ออกรายการเกิดมาคุย วู้ดดี้ ยืนยันว่านาธานอยู่เมืองไทยตลอด และยังเคยให้เจเจช่วยโกหกคนอื่นด้วยว่าเป็นอรัญ น้องชายของนาธาน

21. นักสืบพันทิปจับโกหกได้อีกหลายประเด็นเช่น

- ทะเลทรายซาฮาร่าในตะวันออกกลาง

- ดำน้ำทะเลสาบเดดซี

- ทำ six packs ด้วยการผ่าหน้าท้องเอาซิลิโคนยัดแล้วเย็บ

22. หนังสือเด็กหลังเขา มีข้อความอภินิหารเหลือเชื่อว่า

- นาธานเกิดที่เมืองปาตัน ประเทศเนปาล ตอนเด็กๆ ต้องเดินไปโรงเรียนเพราะไม่มีรถโรงเรียน และต้องเดินผ่านป่าหิมพานต์ทุกวัน ไปเจอมัคนารีผล แต่ด้วยความที่เป็นเด็กก็เลยเอาก้อนหินไปปา มัคนารีผลก็เลยตกใจร้องเสียงลั่นป่า ส่วนพ่อกับแม่ก็มาพบรักเจอกันทีป่าหิมพานต์

มีพี่สาวอยู่ไคโรเป็นนัก โบราณคดี อายุ 12 ไปหาพี่สาวที่อียิปต์ พี่สาวไปสำรวจพีระมิด ช่วงที่รอก็ไปทำงานของพี่สาวเสียหาย จนถูกด่าก็เลยงอน แอบไปนอนในโลงศพมัมมี่จนโดนงูเห่ากัด

พออายุ 14-15 เคยหนีไปกับกองคาราวานเพื่อไปหาพี่สาวที่เมืองจีน จนไปเจอโจรทะเลทราย และถูกทิ้งไว้ที่ทะเลทรายกับเพื่อน 2 วันเต็มๆ โชคดีที่ขบวนพระลามะที่กำลังจะไปทิเบตผ่านมาเจอ ซึ่งในขบวนนั้นมีเพื่อนแม่มาด้วยก็เลยได้กลับบ้านและเรื่องอื่นๆ

- ข้อความเหล่านี้ทำให้ทราบว่าชีวิตของนาธาน มีแต่นิทานหลอกเด็กเท่านั้น

23. นาธานอ้างว่าเคยเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติภูเก็ต ศิษย์เก่านานาชาติภูเก็ตช่วยสอบถามข้อมูลให้

1. PIS (Phuket Inter' School) ไม่มีคนชื่อนาธานเรียนแน่นอน (ปัจจุบันปิดไปแล้ว ปิดหลังจากมี DIC และนักเรียนส่วนใหญ่ย้ายไป DIC)

2. DIC (Dulwich) ไม่มีเช่นกัน รุ่นแรกของ DIC อายุ 28 ปี

3. ถามเพื่อนชาวเนปาล ได้คำตอบว่านาธานพูดเนปาลได้เป็นคำๆ เท่านั้น

24. ที่อ้างว่าพูดได้ 5 ภาษา เอา clip youtube ที่นาธานพูดภาษาเนปาลให้เจ้าของภาษาฟัง ได้คำตอบว่าฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนภาษาอังกฤษ นักสืบพันทิปช่วยกันฟังแล้ว นาธานพูด Broken English เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเข้าใจและท่องบทเป็นภาษาอังกฤษได้ ถ้าภาษาเขาห่วยๆๆๆ อย่างนั้น

25. รายการห้องสืบสวนหมายเลข 9 นำข้อมูลนักสืบพันทิปทั้งหมดไปออกรายการ ช่วยเผยแพร่ความจริงให้ประชาชนเข้าใจ

26. แม่บ้านของนาธานที่ทำงานกับนาธานมา 10 ปี คุณเต็ม สมาน สุขเสริม และลูกชายแจ๊ค อาทิตย์ กุลฝ้าย เข้าแจ้งความกับตำรวจว่านาธานหลอกยืมเงิน 3 แสนบาทและหนีหายไป พร้อมกับนำตรายางจำนวนมาก มีทั้งตราหน่วยงานราชการและตราบริษัทสร้างหนังเป็นหลักฐานว่านาธานใช้หลอก ผู้อื่นว่ามีสัญญาจ้างเล่นหนัง Hollywood จริง พร้อมทั้งสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนยืนยันว่านาธานมีพ่อแม่เป็นคน ไทย พ่อชื่อนายธัญญา แม่ชื่อนางอุทัยวรรณ เป็นคนไทยแท้ มิใช่ลูกครึ่งเนปาล ชื่อเดิมธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล และเปลี่ยนเป็นนธัญ โอมานันท์ภายหลัง

แม่ บุญธรรมของนาธาน คุณครูแหม่ม ช่วยรับรองว่านาธานเป็นลูกครึ่งเนปาลจริงและได้เล่นหนัง Hollywood จริง แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดง นอกจากคำพูดของแม่บุญธรรมว่าแม่เลี้ยงมากับมือ และพยายามพูดว่าแม่บ้านกับลูกชายเป็นคนเลว โกงเงินร้านโรตี เคยติดคุกข้อหายาเสพติด นาธานรู้จักกับแม่บ้าน 2 ปีเท่านั้น แม่บ้านทำตรายางเพื่อใส่ร้ายนาธานเพราะโกรธแม่บุญธรรมแล้วทำอะไรไม่ได้เลยมา ลงที่นาธาน

- แม่บุญธรรมและนาธานตั้งโต๊ะแถลงข่าว แต่ก็ถูกแม่บ้านและลูกชายบุกกลางงานจนต้องล่าถอย หลบหนีนักข่าว นาธานไม่สามารถแสดงหลักฐานอะไรยืนยันตัวเองได้เลย

- นาธานพูดไม่ตรงกัน ตอนแรกบอกว่ารู้จักแม่บ้าน 2 ปี ต่อมากลับคำพูดเป็น 6 ปี และบอกว่าถ้ามีหลักฐานยินดีคืนเงิน 3 แสนให้

- ลูกชายแม่บ้านยืนยันไม่เคยโกงเงินร้านโรตี และติดคุก 3 วันข้อหาเมาแล้วขับเพราะไม่มีเงินเสียค่าปรับ แต่แม่บุญธรรมนาธานพูดให้เรื่องใหญ่เกินจริง

26. คุณยาย น้องอ้อม ดักแด้ ออกมาเปิดเผย นาธาน ยืมเงินไป 1 แสน บาทยังไม่คืน

27.ปัจจุบัน นาธาน ไป นอเวย์

ที่มาข้อมูล : Gossip Star
Read full history - ลำดับเหตุการณ์ระทึกของ นาธาน โอมาน

Search on this blog